ทัวร์นิวซีแลนด์
รายละเอียดทัวร์
SE08 - BEST OF POLAND 10 DAYS (OS)
iStyle Traveler ขอนำท่านสัมผัสความสวยงามของโปแลนด์ พร้อม ซึมซับประวัติศาตร์ ที่น่าหลงไหล
กันยายน : 23-2 ตุลาคม 2559 ราคา 87,900 / ท่าน
ตุลาคม : 7-16 / 14-23 ตุลาคม 2599 ราคา 89,900 / ท่าน
พฤศจิกายน : 11-20 / 25-4 ธันวาคม 2559 ราคา 87,900 / ท่าน
*** ราคานี้รวมค่าวีซ่า / ทิปคนขับรถ / ทิปพนง.ยกกระเป๋า ***
ฟรี!! น้ำดื่มท่านละ 1 ขวดต่อวัน

• บินออสเตรียนแอร์ไลน์ส พร้อมสะสมไมล์การบินไทย
• พักโรงแรมระดับ 4 ดาว  
• เส้นทางสวยมากทุกเมือง บรรจงคัดสรรมาแล้ว
• อาหารจานเด็ดพื้นเมือง /ไทย/จีน กลมกล่อม เลิศรส
• ชมเมืองหลวง WARSAW  เมืองแห่งประวัติศาสตร์ (UNESCO)
• ชมอดีตเมืองหลวงเก่า  KRAKOW  ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดในโปแลนด์ (UNESCO)
• ชมเมือง TORUN หนึงในเมืองเก่าแก่ของโปแลนด์ เป็น 1ใน 30 เมืองที่สวยที่สุดในโลก (UNESCO)
• ชมชมเมือง GDANSK เมืองเก่าแก่ริมทะเลบอลติกสีสันสดใส (UNESCO)
• ชมปราสาทเก่าแก่ MALBORG CASTLE หนึ่งในสถานที่เมือมาโปแลนด์ต้องห้ามพลาด (UNESCO)
• ชมค่ายกักกันชาวยิวที่ใหญ่ที่สุดในโลก AUSCHWITZ หนึ่งในสถานที่เมือมาโปแลนด์ต้องห้ามพลาด (UNESCO)

มืออาชีพ จริงใจ ไม่หมกเม็ด เลือกแต่ของดีๆมาให้เที่ยวกัน
ใบอนุญาติประกอบการเลขที่ 11/7887
สนใจติดต่อสอบถาม
โทร : 097 230 4785
โทร : 02 891 4467
Line ID: @istyletraveler

เริ่มต้น 87,900
BEST OF POLAND 10 DAYS (OS) เที่ยวครบทุกเมืองสวยของโปแลนด์
วันแรก (1) กรุงเทพฯ
21.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 4 เคาน์เตอร์ G14 -19 สายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ส โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
23.55 น. ออกเดินทางสู่เวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยสายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ OS 026
วันที่สอง (2) กรุงเวียนนา (ออสเตรีย) – วอร์ซอว์ (โปแลนด์) สวนสาธารณะลาเซียนสกี้ – ชมเมืองเก่า (UNESCO)
05.20 น. ถึงกรุงเวียนนาประเทศออสเตรีย เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
07.20 น. ออกเดินทางสู่กรุงวอร์ซอว์ (Warsaw) เที่ยวบินOS 625
08.40 น. วอร์ซอ (Warsaw) เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศโปแลนด์ ที่มีอายุเกือบ 700 ปี ที่ประกาศให้เป็น เมืองมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1980 วอร์ซอตั้งอยู่ริมแม่น้ำวิสทูลา ห่างจากชายฝั่งทะเลบอลติกประมาณ 370 กิโลเมตร วอร์ซอเป็นเมืองศูนย์กลางอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็กกล้า, รถยนต์ เครื่องจักรอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา
สวนสาธารณะ ลาเซียนสกี้ (Lazienki Royal Park) อิสระบันทึกภาพ อนุสาวรีย์เฟเดอริกโชแปง (Moument Chopin) นักเปียโนผู้มีชื่อเสียงระดับโลก
พระราชวังลาเซียนสกี้ (Lazienki Palace) พระราชวังซึ่งได้รับ การยกย่องว่ามีความงามเทียบเคียงได้กับพระราชวังแวร์ซายส์แห่งฝรั่งเศส พระราชวังนี้ เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และเป็นพระราชวังทางประวัติศาสตร์ สร้างในสมัยศตวรรษที่ 18 และยังเคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เมื่อครั้งเสด็จประพาสวอร์ซอว์ในปี ค.ศ.1897
บ่าย เมืองเก่าวอร์ซอว์ (Warsaw Old Town) เมืองที่มีอายุเกือบ 700 ปี ที่ประกาศให้เป็น เมืองมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1980 ซึ่งประกอบด้วยโบสถ์ พระราชวัง ตลาดเก่า
ตลาดเก่า (Old Town Market Place) ย่านที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองเก่าวอร์ซอว์ โดยอาคารส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 เช่น ศาลาว่าการ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เป็นต้น รวมถึงกำแพงเมืองเก่าที่ถูกสร้างขึ้นในยุคกลาง
ป้อมวอร์ซอว์ (Warsaw Barbican) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1540 ในรูปครึ่งวงกลม ตัวป้อมมีความกว้างประมาณ 14 เมตร และมีความสูงประมาณ 15 เมตร ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงป้อมปราการส่วนใหญ่ถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และถูกสร้างขึ้นมาใหม่หลังสงคราม ในช่วงระหว่างปี ค.ศ.1952-1954
นำท่านเข้าสู่ที่พัก HOTEL MERCURE WARSAWA GRAND หรือระดับเดียวกัน
วันที่สาม (3) วอร์ซอว์ – ปราสาทมาลบอร์ก (UNESCO) – กดานสค์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
เดินทางสู่ ปราสาทมาลบอร์ก (Malborg Castle) หรือป้อมปราการยุคกลางที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป
บ่าย ปราสาทมาลบอร์ก (Malborg Castle) ป้อมปราการยุคกลางที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโกล สร้างในศตวรรษที่ 13 แต่เดิมเป็นวิหารของนักรบศาสนาคริสต์ นิกายทอยโทนิค (Teutonic Order) ตัววิหารได้ถูกต่อเติมให้เป็นปราสาทในช่วง 20 ปีต่อมา รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 20 เฮคตาร์ (12,500 ไร่) ตัวปราสาทถูกแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ ปราสาทบน ปราสาทกลาง และปราสาทล่าง มีระบบป้องกันตนเองอย่างสมบูรณ์มีระบบน้ำอิสระแยกขาดออกจากกัน มีที่เก็บอาหารแยกจากกัน สามารถป้องกันตนเองได้นานหลายปีหากถูกปิดล้อม แต่เนื่องจากนิกายดังกล่าวได้พ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในปี ค.ศ. 1410 ที่กรุนวาลด์ ทำให้มีการเซ็นสัญญาสงบศึกเวลาต่อมาและถูกบังคับให้ออกจากมาลบอร์กในปี ค.ศ.1466 ตัวปราสาทถูกทอดทิ้งแต่บัดนั้นมา และก็เสียหายไปตามกาลเวลาและได้รับการบูรณะในศตวรรษที่ 19 และ 20 แต่ก็เสียหายอีกจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และก็ได้รับการบูรณะใหม่อีกครั้งดังที่เราได้เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน และด้วยความ ยิ่งใหญ่และสำคัญทางด้านศิลปะในยุคกลาง ทำให้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1997
นำท่านเข้าสู่ที่พัก MERCURE HEVELIUS GDANSK หรือระดับเดียวกัน
วันที่สี่ (4) กดานสค์ – โทรุน (UNESCO)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
กดานสค์ (Gdansk) หรือชื่อเก่าก็คือเมืองดันซิก (Danzing) (เมืองท่องเที่ยวอันดับ 3) เป็นเมืองตั้งอยู่บนคาบสมุทรฝั่งทะเลบอลติก ถนนดวูกา (Dluga Street) ถนนที่มีเสน่ห์ที่สุดของยุโรปตอนเหนือเมืองเก่ายุคกลางอันงดงาม เช่น ที่ทำการเทศบาล Main Town Hall และโบสถ์ใหญ่ศิลปะแบบโกธิคที่มีชื่อว่า โบสถ์เซนต์ แมรี่ (Church of St.Mary)ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ก่อสร้างด้วยอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1502 สามารถจุผู้ที่มาเยี่ยมชมได้ถึง 25,000 คน ให้อิสระทุกท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย
บ่าย โทรุน (Torun) เมืองยุคกลางที่มีความสำคัญทางด้านการท่องเที่ยวในภาคเหนือของประเทศโปแลนด์เป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโปแลนด์อีกด้วย ต่อมาองค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ยกย่องให้เมืองโทรุนเป็นเมืองมรดกโลก ในปี 1997และเมืองเก่าโทรุนยังถูกบันทึกลงในรายการของ เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโปแลนด์ ในปี 2007 และ เนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก ได้จัดอันดับให้ย่านเมืองเก่า ตลาด ศาลากลางโกธิคของเมืองโทรุน เป็นหนึ่งใน 30 สถานที่ที่สวยงามที่สุดในโลกอีกด้วย เดินเล่นชมย่านเมืองเก่า (Old Town) นำท่านถ่ายรูปกับ ศาลากลางเก่า (Old Town Hall) ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารศาลากลางแบบโกธิค ที่ได้รับยกย่องว่าสวยที่สุดในยุโรป โดยอาคารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นราวๆปี 1274 และได้มีการขยับขยาย และสร้างใหม่อีกครั้งในช่วง ระหว่างปี 1391-1399 ภายในมีการจัดแสดงแกลลอรี่ที่เกี่ยวกับศิลปะโกธิค และนิทรรศการต่างๆเกี่ยวกับเมืองโทรุน ติดๆกันมี "โบสถ์พระวิญญาณ" (Holy Spirit Church) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกับอาคารศาลากลางเก่า เป็นโบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่สิบแปด นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารเซนต์จอห์น (St. Johns Cathedral ) หนึ่งในมหาวิหารที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโปแลนด์
นำท่านเข้าสู่ที่พัก MERCURE TORUN CENTRUM HOTEL หรือระดับเดียวกัน
วันที่ห้า (5) โทรุน - พอซนัน - วรอตสวัฟ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
พอซนัน (POZNAN) หนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์ และได้รับการโหวตว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีสีสันจัดจ้านที่สุดในโลก มีความเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในฐานะเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของทวีปยุโรปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15-17 แต่เสื่อมโทรมลงเนื่องจากสงคราม เกรตนอร์เทิร์น (ค.ศ. 1700-1721) ตกเป็นของ ปรัสเซียในปี ค.ศ. 1793 และเป็นส่วนหนึ่งของรัฐแกรนด์ดัชชีออฟวอร์ซอ ในช่วง ค.ศ. 1807-1815 จากนั้นเปลี่ยนเป็นของปรัสเซียและกลับมาเป็นของโปแลนด์อีกครั้งในปี ค.ศ. 1918 นอกจากนี้ยังถูกใช้เป็นหนึ่งในเมืองที่ใช้จัดการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 ด้วยนำท่านเดินเล่นชมเมืองเก่าพอซนันโดยเริ่มจาก จัตุรัสใจกลางเมืองเก่า (OLD TOWN SQUARE) จตุรัสเมืองเก่าที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป เป็นจุดศูนย์รวมของเหล่าสถานที่สำคัญๆทางประวัติศาสตร์ของเมืองพอซนัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาคารหลากสีสันจากศตวรรษที่ 16 ปราสาท ป้อมปราการ และ ศาลากลางจังหวัด (POZNAN TOWN HALL) ซึ่งอยู่ในบริเวณศูนย์กลางของเมืองเก่า ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ในแบบโกธิค และถูกใช้งานมาจนถึงปี 1939 ปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ประจำเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย นำท่านถ่ายรูปกับ ปราสาทอิมพีเรียล (IMPERIAL CASTLE) อีกหนึ่งปราสาทที่มีชื่อเสียงของเมืองพอซนาน โดยปราสาทถูกสร้างขึ้นในปี 1905 ในสไตล์นีโอโรมาเนสก์ ปัจจุบันปราสาทถูกใช้เป็นห้องฉายภาพยนตร์ หอศิลป์
บ่าย เมืองวรอตสวัฟ (WROCLAW) ถือว่าเป็นที่นัดพบสำคัญในทวีปยุโรป มีความหลากหลายและการเปี่ยมล้นด้วยวัฒนธรรมของประวัติศาสตร์ในเมืองนี้ เป็นดังสะพานเชื่อม ที่เชื่อมระหว่างคนในแต่ละรุ่นแต่ละวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เป็นเมืองที่ทันสมัยที่มีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ ชีวิตที่เต็มด้วยวัฒนธรรมและการศึกษา เมืองที่เรียกได้ว่า Colorful city เป็นเมืองที่มีอาคารหลากสีสันโดดเด่นสวยงาม เป็นเมืองเรียกได้ว่ามีชีวิตชีวาแห่งหนึ่งของโปแลนด์ และได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่มีสีสันมากที่สุดในโลก (8 Colorful cities in the world) อิสระให้ท่านได้เดินเล่นและบันทึกภาพกับ อาคารหลากสีสันในจัตุรัสเมืองเก่า ศาลาว่าการ (City Hall) และโบสถ์ประจำเมือง
นำท่านเข้าสู่ที่พัก MERCURE WROCLAW CENTRUM HOTEL หรือระดับเดียวกัน
วันที่หก (6) วรอตสวัฟ – เชสโตโชว่า – มหาวิหารจัสนาโกรา - Black Madonna
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
มหาวิทยาลัยวรอตสวาฟ (UNIVERSITY OF WROCLAW) มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงประจำเมืองรอตสวาฟซึ่งเคยผลิบุคคลากรชั้นนำของโลกผู้ซึ่งชนะรางวัลโนเบลถึง 10 คนด้วยกันในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา ในอดีตช่วงศตวรรษที่ 18 ที่นี้เคยถูกใช้เป็นสถานพยาบาล,โกดัง,ที่คุมขังเชลยสงครามสมัยยุคสงครามกับปรัสเซีย และยังใช้เป็นฐานบัญชาการของกลุ่มนาซีอีกด้วย ชมห้องโถง AULA LEOPOLDINA เป็นห้องโถงประจำอาคารหลักของมหาวิทยาลัยซึ่งมีความสวยงามยิ่งนัก
บ่าย เชสโตโชว่า (Czestochowa) เมืองเล็กๆ แต่มีชื่อเสียงจากภาพวาด Black Madonna และที่นี้ยังเป็นบ้านเกิดของพระสันตปาปา จอห์นปอลที่ 2 อีกด้วย
วิหารจัสนาโกรา (Jasna Gora) ซึ่งเป็นวิหารที่ ประดิษฐานของรูปนักบุญมาดอนนาสีดำ “Black Madonna” ซึ่งคนทั้งโลกที่นับถือคริสต์รู้จักเป็นอย่างดีด้วยปาฏิหาริย์ที่เล่าต่อกันมา ตัวโบสถ์สร้างในศตวรรษที่ 14 ในปี ค.ศ.1382 โดย การบริจาคที่ดินของท่านดุก แห่งโอปอล พร้อมทั้งได้มอบรูปที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า “Black Madonna” ซึ่งในขณะที่มอบให้ ภาพนี้ก็มีอายุหลายร้อยปีแล้ว จากการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ก็พบว่าเป็นรูปในยุคไบเซนไทน์ตัววิหารได้รับการต่อเติมหลายครั้งในหลายศตวรรษต่อมา วิหารจัสนา โกรา ไม่ใช่เป็นเฉพาะสถานที่สำคัญทางศาสนาที่สุดของชาวโปลแต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อเอกราชอีกด้วย ซึ่งคุณพ่อออกัสตินนำผู้คนต่อต้านการยึดครองของชาวสวีเดน สำเร็จในปี ค.ศ.1665 ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้เห็นนักแสวงบุญหลายล้านคนมาแสวงบุญ ณ วิหารแห่งนี้
นำท่านเข้าสู่ที่พัก MERCURE CZESTOCHOWA CENTRUM HOTEL หรือระดับเดียวกัน
วันที่เจ็ด (7) ค่ายกักกันเอาซ์สวิทซ์ - คราคูฟ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
ออสวีซิม (Oswiecim) เมืองเล็กๆแต่มีชื่อเสียงในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เป็นค่ายกักกันชาวยิวของนาซีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชมพิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันเอาซ์วิทซ์ (Auschwitz Concentration Camp)ปัจจุบันดูแลโดยรัฐบาลของโปแลนด์ เริ่มจากเยอรมันเข้ายึดโปแลนด์ได้ในปลายปี 1939 ความต้องการจะหาค่ายกักกันเชลยศึกต่างๆ จนมาพบสถานที่ที่รัฐบาลโปแลนด์ต้องการก่อสร้างเป็นสถานที่คุมขังนักโทษการเมืองจึงได้ดัดแปลงตามความต้องการของนาซีและเริ่มต้นใช้ในช่วงมิถุนายน 1940 เป็นต้นมา รวมทั้งอุปกรณ์ของจริงที่มีการเก็บรักษาภายในตึกต่างๆถึง 20 อาคาร และท่านจะได้เห็นของใช้ต่างๆของเชลยชาวยิวที่ถูกหลอกให้มาอยู่ที่นี่ เช่น กระเป๋าเดินทาง รองเท้า แปรงสีฟัน หวี และเส้นผมที่ว่ากันว่ามีน้ำหนักรวมกว่า 7 ตัน และชมห้องอาบน้ำ ห้องที่พวกนาซีใช้สำหรับกำจัดเชลยโดยใช้แก๊สพิษสังหารหมู่ พร้อมชมภาพยนตร์สั้น ๆ ที่ถ่ายทำโดยทหารรัสเซีย เมื่อครั่งเข้ายึดค่ายนี้คืนจากเยอรมัน ว่ากันว่า ณ สถานที่นี้มีคนตายกว่า 1 ล้าน 5 แสนคนโดยเกือบทั้งหมดเป็นชาวยิว
บ่าย คราคูฟ (Krakow) เมืองหลวงเก่าของโปแลนด์มายาวนานกว่า 500 ปี เมืองนี้ยังคงความสมบูรณ์เพราะไม่ได้ถูกนาซีทำลายด้วยการทิ้งระเบิดเช่นเดียวกับกรุงปรากในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้เราได้เห็นงานสถาปัตยกรรมที่งดงามจากช่างฝีมือในยุคเก่า ยูเนสโกได้รับเมืองคราคูฟเข้าโครงการมรดกโลกด้วยตามสถานที่ต่างๆ จัตุรัสโบราณ (Market Square) ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปสมัยกลาง อาคารที่มีชื่อเสียงรอบๆจัตุรัสสร้างในศตวรรษที่14 ประชาชนให้จัตุรัสดังกล่าวเฉลิมฉลองพิธีราชาภิเษกกษัตริย์โปล อีกทั้งใช้ในพิธีทางศาสนาตั้งแต่ในอดีต เดินชมอาคารที่งดงามต่างๆซึ่งองค์การยูนสโกยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม สภาพบ้านเรือนได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ชมป้อมปราการ Barbacan อายุกว่า 600 ปี แนวกำแพงเมืองเดิมเป็นที่ชื่นชอบของศิลปินที่จะมาแสดงผลงานและชม ประตูเข้าเมือง Florain Gate ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ถนนคนเดินสมัยโรมัน
นำท่านเข้าสู่ที่พัก NOVOTEL CENTRUM HOTEL KRAKOW หรือระดับเดียวกัน
วันที่แปด (8) เหมืองเกลือวิลิวก้า – คราคูฟ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
เหมืองเกลือวิลิซก้า (Wieliczka Salt Mine) เหมืองเกลือที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของโปแลนด์เป็นเหมืองใต้ดินที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และรัฐบาลโปแลนด์ ได้ประกาศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อปี 1994 นำท่านลงลิฟท์สู่ใต้ดินของเหมือง โดยชั้นที่ลึกที่สุดจะลึกถึง 327 เมตร ซึ่งที่มีค่าดุจทองคำ เพราะใช้ในการถนอมอาหารมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ชมเหมืองเก่าแก่ใต้ดินซึ่งประกอบไปด้วย แกลอรี่และห้องซึ่งสร้างและแกะสลักจากเกลือทั้งหมด ชมความงามของทะเลเกลือใต้พิภพ ซึ่งท่านไม่เคยได้เห็นที่ใดมาก่อน เหมืองเกลือในเมืองวีลิซกา องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งในมรดกโลก (UNESCO) ในปี ค.ศ.1988 อีกด้วย
บ่าย โบสถ์เซ็นต์แมรี่ ( Mariacki Church) ที่มีชื่อเสียงของแท่นบูชาทำด้วยด้วยไม้แกะสลักมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ชมอาคารการค้าผ้าในอดีต (Cloth Hall) และถือว่าเป็นจุดหลักทางการค้าในสมัยนั้น กระทั่งจวบจนสมัยนี้อาคารนี้ก็ยังใช้เป็นสถานที่รับรองเชื้อพระวงศ์และเหล่าอาคันตุกะของเมือง สามารถช้อปปิ้งซื้อของที่ระลึกได้ที่นี่อิสระท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย
นำท่านเข้าสู่ที่พัก NOVOTEL CENTRUM HOTEL KRAKOW หรือระดับเดียวกัน
วันที่เก้า (9) ปราสาทวาเวล - สนามบินคราคูฟ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
พระราชวังหลวง Wawel Royal Castle ชมมหาวิหารวาเวล Wawel Cathedral สร้างปี ค.ศ.1320-1364 บนพื้นที่ของโบสถ์โรมันในศตวรรษที่ 11 ใช้เป็นสถานที่ราชาภิเษก และสุสานของกษัตริย์นานหลายศตวรรษรวมทั้งเป็นสุสานของวีรบุรุษชาวโปล ชมภายในพระราชวังหลวง “Royal Castle” สร้างขึ้นใหม่ในแบบเรอเนซองค์ โดยกษัตริย์ซิกมุนที่ 1 หลังจากพระราชวังเดิมในแบบกอธิคถูกไฟไหม้ในปี ค.ศ. 1499 และถูกไฟไหม้อีกครั้งในศตวรรษที่ 16 ด้านทิศเหนือ จึงมีการสร้างใหม่ในแบบบาโรค ชมภายในพระราชวังซึ่งมีงานให้ชม หลายอย่าง เช่น ผ้าปักเป็นรูปภาพขนาดใหญ่ ภาพสีน้ำจากศิลปินเอกของยุโรป รวมถึง Botticelli ที่เราชื่นชอบผลงาน รวมทั้งงานประเภทอาวุธโบราณ และทรัพย์สมบัติของราชวงศ์
บ่าย เดินทางสู่สนามบินเมืองคราคูฟ
15.30.น ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินออสเตรียแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ OS 598
16.35.น ถึงสนามบินกรุงเวียนนา (เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง)
23.20.น บินตรงสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ OS 025
วันที่สิบ (10) กรุงเทพฯ – สนามบินสุวรรณภูมิ
14.20.น ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
เริ่มเดินทาง กลับจากเดินทาง ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว หมายเหตุ
23ก.ย.59 02ต.ค.59 87,900 87,900 79,900
07ต.ค.59 16ต.ค.59 89,900 89,900 81,900
14ต.ค.59 23ต.ค.59 89,900 89,900 81,900
11พ.ย.59 20พ.ย.59 87,900 87,900 79,900
25พ.ย.59 04ธ.ค.59 87,900 87,900 79,900
** ราคาดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินเพิ่มเติม **
โปรแกรมการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผู้โดยสารตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้